สุวรรณภูมิ..ประตูสู่การเดินทาง(ใกล้นิดเดียว..ห่านเอ้ย)
posted on 30 Mar 2009 20:47 by lungjar21 in GoToTheWorldคุณเคยไปสนามบินสุวรรณภูมิไหม?
หลายคนอาจจะตอบว่าเคยและหลายคนอาจจะตอบว่าไม่เคย ส่วนตัวผมบอกได้เลยว่าไม่เคย การไปสนามบินสุวรรณภูมิครั้งแรกในชีวิตคือการไปส่งน้องชายคุณหมอไปอเมริกา (จริงๆแล้วไม่มั่นใจว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่งรึป่าว คริคริ) การไปสนามบินสุวรรณภูมินั้นบางคนว่าง่ายนิดเดียว ซึ่งจริงๆมันก็ง่ายนิดเดียวเพราะในกรุงเทพฯ มันมีป้ายบอกตลอดทาง (บอกตลอดทางจริงๆ แมร่งมีทุกแยกไฟแดงเลย..ห่านเอ้ย..) ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลเค้าหวังดีอยากให้คนไปถูกหรือคิดอย่างอื่นกันแน่ เพราะที่เคยผ่านมาเห็นมีป้ายตรงไปสุวรรณภูมิ แต่พอยูเทิร์นกลับมาก็เจอป้ายตรงไปสุวรรณภูมิอีก ก็เลยงงว่าถ้าผมจะไปสุวรรณภูมิเนี่ย ไปทางตะกี้หรือที่กลับรถมาอันไหนมันถูกกันแน่ ด้วยความไม่แน่ใจในป้ายตรงไปสุวรรณภูมิของรัฐบาลเค้า ผมซึ่งเคยเป็นอดีตเด็กหน้าคอมพ์เลยลองเปิด Google Map หาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดดู โอ้ว!!ง่ายนิดเดียวขึ้นทางด่วนบางนาเลยครับพี่น้อง ผมเลยใช้เส้นทางนี้เดินทางไปสุวรรณภูมิ หลังจากลงทางด่วนบางนาเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ตื่นเต้นอีกครั้งเพราะถนนเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมินั้นมองเห็นรันเวย์ด้วย ซึ่งภาพที่ผมเห็นก็คือก้อนเหล็กก้อนมหึมากำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสีเฉาก๊วยอย่างช้าๆๆ ผมเคยเห็นภาพเครื่องบินขึ้นจากรันเวย์ในคอมพิวเตอร์มาก็หลายครั้ง เล่นเกมส์ Simulator ขับเครื่องบินเองก็บ่อยครั้ง แต่ภาพก้อนเหล็กก้อนมหึมาที่กำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ามันดูน่าตื่นเต้นกว่าเป็นไหนๆ (คิดถูกจิงๆที่ทิ้งแก คอมพิวเตอร์เอ้ย) หลังจากชื่นชมก้อนเหล็ก จนเกือบขับรถชนแมว(จริงๆสุวรรณภูมิไม่มีแมว ^^") ผมก็ขับรถวนมาหาที่จอดรถซึ่งขอบอกว่าสนามบินกว้างมาก ที่จอดรถเยอะมาก แต่ก็หาที่จอดรถยากมากเหมือนกัน (รึว่าผมโง่เองที่ไปจอดตรงคนเยอะๆ...แย่จังไอ้ห่านเอ้ย)
หลังจากได้ที่จอดรถเป็นที่เรียบร้อย (เห็นที่จอดแล้วซิ่งมากกลัวคนแย่ง 555+) ผมก็เดินเข้าไปตรงตัวสนามบินพร้อมกับคุณหมอซึ่งคุณหมอเคยมาสุวรรณภูมิแล้วหลายครั้ง เธอเลยไม่ตื่นเต้นมากนักแนะนำนู่นแนะนำนี่ให้ผมฟัง ไอ้ตัวผมนะรึก็ตาลายหูอื้อฟังได้ยินมั่งไม่ได้ยินมั่งมองนู่นมองนี่เหมือนเด็ก 2 ขวบเดินเซเว่นไม่มีผิด ทุกสิ่งรอบกายน่าสนใจไปหมด ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ผมคงรู้สึกเฉยๆกับการมาสนามบินเพราะรูปถ่ายต่างๆมีให้เห็นทั่วไปในคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเรามองในมุมที่ต่างไป สนใจในสิ่งรอบกายมากขึ้นเราจะพบเจอกับสิ่งแปลกใหม่มากมาย หลังจากคุณหมอได้เจอกับน้องชาย (รึเปล่า คริคริ)กับญาติๆ ก็พาน้องชายไปเช็คอินโหลดกระเป๋าแนะนำนู่นนี่ ซึ่งตัวผมนั้นมัวแต่มองคนมากมายซึ่งแต่ละคนอยู่ในอารมณ์ที่ต่างกัน บางคนดีใจที่จะได้ไปต่างประเทศ แต่บางคนทำหน้าเป็นกังวลไม่อยากให้อีกคนไปต่างประเทศ พ่อแม่บางคนดีใจที่ลูกได้ไปต่างประเทศ แต่พ่อแม่บางคนมาส่งแล้วเดินจากไปเฉยๆก็มี(ไม่รู้ยุ่งไรนักหนา) ถ้าเป็นผมต้องมาส่งคุณหมอไปต่างประเทศผมว่าต้องมีแมงเข้าตากันบ้างละน่า (กระซิกกระซิก) คุณรู้ไหมการมองผู้คนรอบกายก็เป็นความสุขได้เหมือนกัน ผมมองดูคนนู้นคนนี้มากมายจนเพลินหันกลับมาอีกที อ้าวคุณหมอหายไปไหนและนี่หันไปหันมาพักนึงถึงได้เห็นคุณหมอกวักมือเรียกอยู่ไกลๆ (โล่งอกนึกว่ามาสุวรรณภูมิครั้งแรกก็หลงซะละ เหอะๆ)
และก็ถึงเวลาที่จะต้องส่งน้องชายคุณหมอขึ้นเครื่อง น้องชายคุณหมอตื่นเต้นมากจนทุกคนสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน ผมตบไหล่น้องชายคุณหมอเบาแล้วพูดว่า " ใจเย็นๆ มีสติหน่อย " เพื่อหวังให้น้องชายคุณหมอหายตื่นเต้นลง (จริงๆอยากบอกว่า "กรูตื่นเต้นตั้งแต่มาเหยียบสุวรรณภูมิแล้ว แต่ยังนิ่งเลยรักษาฟอร์มหน่อย คริคริ") ผมกลัวว่าถ้าน้อยชายคุณหมอตื่นเต้นมากไป เดี๋ยวจะพาลลืมนู่นลืมนี่เอาได้เพราะก่อนหน้านี้ลืมนู่นลืมนี่หลายอย่างมาก น้องชายคุณหมอกอดแม่กับพ่อด้วยน้ำตาคลอ
ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าถ้าเป็นผมไปต่างประเทศจะกล้ากอดพ่อกับแม่อย่างนี้หรือเปล่า (ไม่ได้กอดพ่อกับแม่มานานเท่าไหร่แล้วนะ)
หลังจากส่งน้องชายคุณหมอเสร็จผมกับคุณหมอก็ลาญาติๆกลับบ้าน ผมเดินกลับมาขึ้นรถด้วยความรู้สึกดีใจแทนน้องชายคุณหมอที่มีคนมาส่งมากมาย น่าจะอุ่นใจขึ้นเยอะที่จะต้องเดินทางไกลๆ และแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางกลับบ้านกันซะทีผมขับรถวนออกมาจากที่จอดรถคิดในใจว่าถ้ากลับบ้านเส้นทางด่วนบางนามันไกลพอสมควร และแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายบอกเส้นทางไปรามอินทรา โอ้ว..เหมือนเห็นป้ายบอกเส้นทางที่มีลำแสงสว่างวาบ ผมเลือกขับตามป้ายไปตามเส้นทางรามอินทรา ถนนราบเรียบเหมือนว่าเพิ่งจะสร้างเสร็จได้ไม่นานนัก รถที่วิ่งบนถนนไม่มากมายเหมือนบนทางด่วน อาจจะเรียกได้ว่ารถแทบไม่มีเลยก็ยังได้ (ใช่ซี้..ก็มันจะเที่ยงคืนและนี่หว่า) ผมขับตามป้ายบอกทางไปถนนรามอินทรา ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่ามันจะไปออกตรงช่วงไหน คิดยังไม่ทันจบ..อ้าว ออกมารามอินทราแล้วนี่หว่า ทำไมมันใกล้จังวะนี่ โดน Google Map หลอกซะแล้ว โหมันน่าแค้นใจขามาใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงแถมเสียค่าทางด่วนอีก ขากลับใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงค่าทางด่วนก็ไม่เสีย ( โอ้ว..เสียท่าเด็กคอมพ์เชื่อ Google Map มากไปจำไว้เล๊ยย..)
ผมแวะพาคุณหมอทานข้าวกันก่อนกลับที่ร้านข้าวมันไก่ซอยเสนา จริงๆแล้วชื่อร้านอะไรตัวผมและคนอื่นหลายๆคนก็คงไม่เคยรู้ เรียกกันข้าวมันไก่ซอยเสนามาตลอด ซึ่งทุกครั้งที่ผมไปกินมักจะเป็นเวลาดึกดื่นหลังจากไประริกระรี้ยามราตรี ซึ่งประสาทรับรสของลิ้นถูกทำลายด้วยรสขมของแอลกอฮอล์จนหมดสิ้น แต่ถึงขนาดนั้นก็ยังรู้สึกว่ามันอร่อย
ผมถามคุณหมอว่าอร่อยสมชื่อไหม
คุณหมอตอบผมว่า "อร่อยหรือไม่อร่อยขึ้นอยู่ที่ว่ามากินกับใคร"
ผมไม่รู้ว่าจริงๆแล้วข้าวมันไก่ซอยเสนาอร่อยจริงหรือไม่
แต่ที่ผมรู้คือ "วันนั้นน้ำจิ้มข้าวมันไก่ซอยเสนาหวานมากเลยแหละ" ^^"